เว็บหลวงปู่โต.คอม

General Category => คำสอน เมตตา ทางสงบ ทานบารมี ชุมชนมีน้ำใจ => Topic started by: นายเสรี ลพยิ้ม on January 04, 2019, 08:46:31 AM

Title: ถ้าแก้ปัญหาถูกจุดเป็นของง่าย - หลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ
Post by: นายเสรี ลพยิ้ม on January 04, 2019, 08:46:31 AM
ถ้าแก้ปัญหาถูกจุดเป็นของง่าย - หลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ

อุบายที่จะแก้ไขปัญหา คือแยกกิเลสออกจากจิตนั้น พระพุทธเจ้าได้ตรัส
ไว้แล้วเป็นอย่างดี ในครั้งพุทธกาลมีพุทธบริษัทได้ปฏิบัติตามคำสอนของพระ
พุทธเจ้าแล้ว จึงแก้ปัญหาไปได้อย่างง่ายดาย อุบายทั้งหมดนั้นพระพุทธเจ้าก็ได้
วางไว้ให้แก่พวกเราแล้ว แต่พวกเราจะนำธรรมะนั้นมาแก้ปัญหาให้ถูกจุดหรือไม่

ถ้าถูกจุดก็จะผ่านไปได้เร็ว ถ้าไม่ถูกจุดก็จะตกค้างอยู่ในโลกนี้ต่อไป
ดังเราได้รู้อยู่ว่า พระพุทธเจ้าตรัสรู้อริยสัจสี่ และพระองค์ก็สอนเรื่องอริยสัจสี่แก่พุทธ
บริษัททั้งหลาย ท่านเหล่านั้นก็ได้บรรลุธรรมในอริยสัจสี่ เป็นพระขีณาสพไป
แล้วเป็นจำนวนมาก

ขณะนี้เราก็รู้อริยสัจสี่เหมือนกันกับท่าน
แต่ทำไมเราจึงนำมาแก้ปัญหาของใจตัวเองไม่ได้
จะเป็นเพราะเราไม่มีความจริงจังในการปฏิบัติ อย่างนั้นหรือ
หรือกลัวว่าจะต้องทิ้งญาติขาดมิตรจะไม่มีใครดูแลครอบครัว
หรือกลัวว่าจะไม่ ได้มาเกิดเห็นความเจริญของโลกอีกอย่างนั้นหรือ
หรือมีความห่วงใยอะไรอยู่ในโลกนี้ คนไหนเป็นอะไร มีอะไรก็เห็นกันอยู่เต็มตาเต็มใจ

ในที่สุดก็หามกันไปเผาที่นั่นที่นี่เป็นทิวแถว อันนั้นเป็นคิวของเขา ส่วนคิวของเราล่ะวัน
ไหนเขาจะหามเราไป ทำไมจึงไม่ใช้สติปัญญาครุ่นคิดดูบ้าง ปัญญาเราก็มีอยู่แล้ว
ทำไมจึงไม่นำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในทางธรรม ในทางแก้ปัญหาของตัวเอง

ส่วนปัญญาที่กำลังขุดหลุมฝังตัวเองทั้งเป็น ทำไมจึงมีความฉลาดเหลือหลาย เมื่อ
หมุนกลับเข้ามาทางธรรม ปัญญามันหายไปไหนหมด มีแต่พูดเป็นเสียงเดียวกัน
ว่า ปัญญาไม่มี ๆ นี้จะให้ดึงให้ลากวิธีไหนจึงก้าวเดิน ถ้าเป็นการดึงด้วยเชือก
มือของคนดึงก็จวนจะขาด ทำให้ผู้ดึงหมดกำลังใจ เพราะดึงเท่าไรก็ไม่ยอมเดิน

อริยสัจสี่ที่เป็นอุบายในการปฏิบัติอย่างสำคัญ และก็มีอยู่ในกายในใจของ
เราทุกคน แต่ความขุดค้นด้วยปัญญาเรายังไม่ถึงรากถึงฐาน เป็นเพียงความรู้ใน
การศึกษา อยู่ในขั้นหลักวิชาการตามตำรา ยังไม่ได้ใช้ปัญญาน้อมเข้ามาพิจารณา
ที่กายที่ใจของตัวเองอย่างจริงจัง ถึงจะรู้จริงรู้ถูกต้อง ก็เป็นเพียงรู้จริงตามตำรา
ความรู้ในระดับนี้ จะให้ละกิเลสตัณหาอวิชชาให้หมดไปจากใจยังไม่ได้

เพราะเป็นความรู้ขั้นพื้นฐานในภาคทฤษฎีเท่านั้น เช่น ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค
ทั้งสี่นี้แบ่งออกเป็นสองตอน ตอนแรก ทุกข์กับสมุทัย ตอนที่สอง นิโรธกับ
มรรค การแยกอย่างนี้จะสะดวกในการศึกษา จะไม่สับสนในการสอนการเรียน

ส่วนภาคปฏิบัตินั้น จะต้องเอามรรคเป็นหลัก เพราะมรรคเป็นศูนย์รวมของ
อุบายและข้อปฏิบัติทั้งหลาย ดังมีคำเปรียบไว้ว่า รอยเท้าช้างย่อมเป็นที่รวมแก่
รอยเท้าสัตว์ทั้งปวง มรรคแปดก็เป็นศูนย์รวมไว้ในอุบายข้อปฏิบัติทั้งหมด
ฉะนั้นมรรคแปดจึงเป็นต้นทางที่สำคัญ ถ้าเริ่มจุดเบื้องต้นตรงแล้ว
การเดินทางก็ต้องตรง หรือตั้งเข็มทิศไว้ตรงแล้ว การเดินเรือก็ต้องตรง

มรรคแปดนั้นย่นลงมาเป็นสาม คือ ศีล สมาธิ ปัญญา
การย่นอย่างนี้ก็เพื่อการศึกษา ให้รู้ธรรม
หมวดต่ำ หมวดกลาง หมวดสูง หรือปฏิบัติกันแบบพื้น ๆ ธรรมดา ๆ
ก็ปฏิบัติกันไป คือไม่ต้องกระตือรือร้น เพื่อความรู้แจ้งเห็นจริงในสัจธรรม
ไม่หวังอริยมรรค อริยผล ปฏิบัติแบบสร้างบารมีไปเรื่อย ๆ
ไม่จำเป็นจะละกิเลสตัณหา อวิชชาแต่อย่างใด

ถ้าแก้ปัญหาถูกจุดเป็นของง่าย - หลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ
พบกระแสธรรม