Author Topic: วิธีการฝึกด้วยองค์พระสมเด็จ หลังสมเด็จโต รุ่นบารมีครู ปฏิบัติภาวนา 56 ( องค์เนื้อสีเขียว )  (Read 4811 times)

webmaster

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 716
    • View Profile




วิธีฝึกกรรมฐานด้วยองค์พระสมเด็จ ( แบบสมถกรรมฐาน เป็นการเพ่งสิ่งใด สิ่งหนึ่งเป็นอารมณ์ )

สมถกรรมฐาน คือกรรมฐานเป็นอุบายสงบใจ ได้แก่การปฏิบัติธรรมด้วยการบริกรรม การรู้ลมหายใจ การเพ่งกสิณต่างๆ เป็นการบำเพ็ญเพียรทางจิตโดยใช้สมาธิเป็นหลัก ไม่เกี่ยวกับการใช้ปัญญาและ มุ่งให้จิตสงบ ระงับจากนิวรณ์ซึ่งเป็นตัวขัดขวางจิตไม่ให้บรรลุความดีเป็นสำคัญ

สมถกรรมฐาน เป็นอุบายวิธีที่หยุดความฟุ้งซ่านแห่งจิตซึ่งมักจะฟุ้งซ่านไปตามอารมณ์ต่างๆ กล่าวคือ หยุดความคิดของจิตไว้ โดยใช้สมาธิยึดดึงอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งในกรรมฐาน 40 กองมาบริกรรมจนกระทั่งจิตแนบแน่นในอารมณ์นั้น และสงบระงับไม่ฟ้งซ่านต่อไป

สมถกรรมฐาน เป็นกรรมฐานที่มุ่งบริหารจิตเป็นหลัก ฝึกจิตให้เกิดสมาธิตั้งมั่น เกิดความสงบ เกิดความสบาย เกิดความสุข และทำจิตให้เกิดฌานไปตามลำดับ...

รูปฌาน 4 ฌานมีรูปธรรมเป็นอารมณ์ ฌานที่เป็นรูปาวจร ได้แก่
ปฐมฌาน ( ฌานที่ 1 ) ประกอบด้วย วิตก วิจาร ปิติ สุข เอกัคคตา
ทุติฌาน ( ฌานที่ 2 ) ประกอบด้วย ปิติ สุข เอกัคคตา
ตติฌาน ( ฌานที่ 3 ) ประกอบด้วย สุข เอกัคคตา
จตุตฌาน ( ฌานที่ 4) ประกอบด้วย อุเบกขา เอกัคคตา ( อัปปนาสมาธิ )

อรูปฌาน 4 ฌานมีอรูปธรรมเป็นอารมณ์ ฌานที่เป็นอรูปาวจร ได้แก่ อากาสานัญจายตนะ , วิญญาณัญจายตนะ , อากิญจัญญายตนะ , เนวสัญญานาสัญญายตนะ


การฝึกด้วยองค์พระสมเด็จใช้ฝึกได้กับทุกสายวิชาเลยนะครับ จะห้อยคอก็ได้ กำไว้ในมือตอนนั่งกรรมฐานก็ได้ ( แต่กำไว้ในมือจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า เพราะที่ฝ่ามือจะรับรู้พลังงานได้ดี ) แล้วแต่ว่าอย่างไหนจะสัมผัสพลังพุทธคุณได้ดีกว่ากัน แล้วคุณก็ภาวนาตามแบบที่คุณถนัดได้เลย เช่น การบริกรรม การตามรู้ลมหายใจ การตั้งนิมิตดวงแก้ว การฝึกลมปราณจักระ ขอเพียงแค่พกติดตัว หรือกำไว้ในมือขณะนั่งสมาธิ รับรองว่าจิตจะนิ่งขึ้นสงบขึ้น จิตเกิดสมาธิไปตามลำดับของฌาน การภาวนาจะง่ายขึ้น ถ้ามีความเพียรต่อเนื่อง เกิดความก้าวหน้าในการนั่งสมาธิอย่างแน่นอน... แล้วก็ไปต่อยอดเดินปัญญา เจริญวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อความพ้นทุกข์ในที่สุด

ขอรับรองว่าฝึกด้วยองค์พระสมเด็จแล้วคุณจะสามารถเป็นนักภาวนาและก้าวหน้าได้อย่างแน่นอน

« Last Edit: July 23, 2013, 08:12:00 AM by webmaster »
จิตหนึ่งร่วมฟ้าดินแจ้งพุทธะ
พูดคุยสอบถามการปฏิบัติได้อีกช่องทางๆ Facebook นี้ครับ
https://www.facebook.com/profile.php?id=100005110451729

webmaster

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 716
    • View Profile




วิธีฝึกกรรมฐานด้วยองค์พระสมเด็จ ( แบบแยกรูป แยกนาม เพื่อต่อยอดเจริญวิปัสสนากรรมฐาน )

องค์พระสมเด็จ รุ่นนี้ เน้นพลังพุทธคุณด้านการปฏิบัติภาวนาเป็นหลัก องค์พระพลังแรงมาก ช่วยกระตุ้นสัมผัสในการรับรู้คลื่นพลังงานในองค์พระได้ด้วย

บ้างท่านอาจจะยังไม่เกิดความคืบหน้าในการปฏิบัติธรรม ขอให้ลองฝึกด้วยองค์พระสมเด็จ ขอให้มีความตั้งใจจริง มีความเพียรต่อเนื่อง โดยฝึกสัมผัสพลังพุทธคุณในองค์พระ แล้วตามดูกระแสคลื่นพลังงานไปอย่างสบายๆ อย่างมีสติ มีความรู้สึกตัว พลังงานในองค์พระจะช่วยนำจิต ขยายจิตๆ ออกกว้างๆ เป็นระลอกคลื่นแผ่ออกจากกาย ( คล้ายรูปที่แสดงอยู่นี้ )

จิตจะค่อยๆพัฒนา และละเอียดขึ้นเรื่อยๆ ไม่ต้องเพ่งใดๆทำแบบสบายๆ เป็นไปตามสภาวะธรรมที่เหมาะสม เมื่อฝึกอย่างต่อเนื่องจิตจะเบา จิตจะละเอียด จิตจะแยกออกจากกายในที่สุด เมื่อถูกส่วน จะเป็นการแยกรูป แยกนาม เพื่อต่อยอดเดินปัญญา โดยการพิจารณากายเป็นไตรลักษณ์ สุดท้ายแม้จิตเองก็เกิดดับ เป็นไตรลักษณ์เช่นกัน

เป็นการเห็นด้วยปัญญาญาณ ...

เมื่อเพียรตามรู้ ตามเห็นด้วยปัญญา เรื่อยไปๆ จิตก็เกิดปัญญาปล่อยวางกายก่อน และปล่อยวางจิตในที่สุด

เมื่อถึงสภาวะแยกรูป แยกนามได้แล้ว ควรเข้าไปกราบขอศึกษาความรู้ด้านการเจริญวิปัสสนากรรมฐานเพิ่มเติมจาก พ่อแม่ครูบาอาจารย์ องค์อริยสงฆ์

ขอรับรองว่าฝึกด้วยองค์พระสมเด็จแล้วคุณจะสามารถเป็นนักภาวนาและก้าวหน้าได้อย่างแน่นอน



« Last Edit: July 23, 2013, 08:17:48 AM by webmaster »
จิตหนึ่งร่วมฟ้าดินแจ้งพุทธะ
พูดคุยสอบถามการปฏิบัติได้อีกช่องทางๆ Facebook นี้ครับ
https://www.facebook.com/profile.php?id=100005110451729

webmaster

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 716
    • View Profile
การปฏิบัติธรรมนั้น ฝึกได้หลากหลายวิธี ... ขอให้ผู้ฝึกมีความชอบใจในวิธีนั้น วิธีไหนก็ได้ ที่ทำแล้วเกิดความสบาย มีความสุข เกิดความสงบ จิตตั้งมั่น ก็ใช้วิธีการนั้นนะ ฝึกสมาธิไป เดินหน้าไปเรื่อยๆ ฝึกทรงฌานให้ได้ ทำให้ได้จนถึงฌาน 4 จนจิตเป็นหนึ่ง อารมณ์เป็นหนึ่ง ( เห็นสภาวะแยกรูป แยกนาม ด้วยญาณทัศนะ ) เป็นมนุษย์ถ้ามีความตั้งใจจริง ย่อมทำได้ทุกคน...

เมื่อได้ฌาน 4 แล้ว...ถ้าต้องการจะพ้นทุกข์ มีปัญญาเห็น การเกิด การแก่ การเจ็บ การตาย เป็นทุกข์ทั้งสิ้น และเกิดความเบื่อหน่าย...

ให้ต่อยอดด้วยการเดินปัญญาคือ การเจริญวิปัสสนากรรมฐาน โดยให้ยกร่างกายขึ้นมาพิจารณา ให้เห็นเป็นอาการ 32 ก็ได้ เป็นอสุภะก็ได้ ... เห็นร่างกายเป็นเพียงธาตุสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ ก็ได้ ( จิตมีคุณภาพที่จะเห็นได้ เพราะมีอำนาจของสมาธิหนุนหลัง อำนาจของจิตที่ทรงฌาน เกิดนิมิตแท้งทะลุกาย เห็นการความเสื่อมไปเป็นธรรมดาของกายจนกายว่างจากตัวตน เห็นอย่างแจ่มแจ้งด้วยปัญญา ) และก็พิจารณากายลงไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา คือ เห็นกายเป็นความไม่เที่ยง เห็นกายเป็นกองทุกข์ มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา เห็นกายไม่มีตัวตนที่แท้จริง เป็นแค่เพียงธาตุมาประชุมกัน พิจารณาซ้ำๆซากๆ ไปเรื่อยๆ ญาณปัญญาก็จะเห็นความจริงของสัจธรรม อยู่ทุกขณะ เกิดแล้วก็ดับๆ จิตก็จะเห็นกายไม่มีตัวตน เห็นอยู่ซ้ำๆซากๆ ไปเรื่อยๆๆๆ จนวันหนึ่งจิตก็ปล่อยวางกายได้ในที่สุด เมื่อนั้นก็เข้าถึงซึ้งโสดาปฏิมรรคกับโสดาปฏิผล
( เห็นธรรมในชั้นต้น ตามองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า )

พระโสดาบันบุคคล ... ไม่ยาก จริงๆทุกท่านที่มีความเพียรต่อเนื่อง เอาจริงทำจริง ฝึกอย่างถูกขั้นตอน ทำได้ในชาตินี้

พระโสดาบันบุคคล ไปพระอรหันต์ ... ศีล สมาธิ สติ สัมปชัญญะ รู้ตัวอยู่ทุกขณะจิตๆ จนจิตบริสุทธิ์ สว่างรุ่งเรือง

สุดท้ายจริงๆๆๆๆๆ แม้จิตที่สว่างบริสุทธิ์ ก็ยึดถือเอาไว้ไม่ได้ จิตก็เป็นอนันตา ต้องปล่อยวางจิตอย่างแท้จริง นิพพานก็ปรากฏ...


















« Last Edit: July 23, 2013, 10:33:10 PM by webmaster »
จิตหนึ่งร่วมฟ้าดินแจ้งพุทธะ
พูดคุยสอบถามการปฏิบัติได้อีกช่องทางๆ Facebook นี้ครับ
https://www.facebook.com/profile.php?id=100005110451729